การรักษาด้วยสมุนไพร

การรักษาแผนปัจจุบันต่างกับการรักษาด้วยสมุนไพรอย่างไร

ยาเคมี เป็นเคมีสังเคราะห์พัฒนาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของยาในการรักษาโรค โดยยาเคมีไปมีผลต่อเนื้อเยื่อหรืออวัยวะโดยเปลี่ยนแปลงกลไกชีวเคมีระดับเซลล์เป็นสำคัญดังนั้นเมื่อพบความผิดปกติที่ชัดเจนก็ใช้วิธีการทำลายหรือยับยั้งด้วยยาหรือการผ่าตัดตามแต่กรณี แต่ถ้าไม่พบ
สิ่งก่อโรคที่ชัดเจน ก็จะใช้ยาเคมีเข้าไปเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางชีวเคมีของร่างกายที่ผิดปกติที่ทำให้เกิดโรค จึงมีลักษณะการแก้ปัญหาแบบแยกส่วนปัญหาที่เกิดจากยาเคมีมีดังนี้

แพ้ยา-ป็นอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในลักษณะหนึ่ง ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้ที่ใช้ยาคนใดจะเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น และอาการเหล่านี้พบได้ในผู้ที่ใช้ยาบางรายเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการที่ตัวยาไปกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกายทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองเป็น
อาการแพ้ อาจก่อให้เกิดการทำลายเซลบางชนิดของร่างกายผลข้างเคียงของยา (side effects) ก็เป็นอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอีกประเภทหนึ่ง ที่ทราบได้ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ใช้ยาได้ทุกคนเพราะเป็นอาการที่เกิดจากกลไกการออกฤทธิ์ของ
ยาปกติจึงเป็นผลให้เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นได้สมุนไพร:มีลักษณะการปรับเปลี่ยนทางกายภาพเป็นหลัก ทำให้สภาพของร่างกายมีเงื่อนไขที่เหมาะสมในการทำงาน ทำให้เกิดสมดุล ซึ่งสภาพทางกายภาพที่เหมาะสม เป็นภาพรวมที่ใหญ่กว่าและมี
ผลโดยอ้อม ทำให้เกิดภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีของร่างกาย มีการปรับตัวเพื่อให้เกิดภาวะสมดุล นอกจากการปรับเปลี่ยนทางกายภาพแล้ว พบว่าสมุนไพรยังมีสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นยาหรือพฤกษเคมี (phytochemical) มีบทบาทการปรับเปลี่ยนชีวเคมีในปฏิกิริยาเคมีของร่างกาย
โดยตรงอีก เป็นเหตุผลที่เราได้ลงทุนและให้ความสำคัญในการวิเคราะห์สารสำคัญ เพิ่มความเชื่อถือ